หูฟังอาจทำลายสุขภาพได้ หากใช้ผิดวิธี

หูฟังอาจทำลายสุขภาพได้ หากใช้ผิดวิธี

เดี๋ยวนี้ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าหูฟังถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ยิ่งมีการทำในรูปแบบไร้สายออกมา ยิ่งสร้างความสะดวกสบายและค่านิยมให้กับผู้คนมากขึ้น แต่คุณรู้หรือไม่? ว่าหูฟังนั้นอาจจะทำลายสุขภาพของคุณได้ หากคุณใช้ไม่ถูกวิธี ซึ่งวันนี้เราได้นำเอาแนวทางการใช้หูฟังแบบผิด ๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จัก ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูพร้อมกันได้เลยค่ะ

5 พฤติกรรมใช้หูฟัง ที่ทำลายสุขภาพคุณได้

เนื้อหา-1

1. ใส่หูฟังขณะชาร์จแบตโทรศัพท์

พฤติกรรมแรกที่ควรหลีกเลี่ยงให้ห่าง และเลิกทำโดยเด็ดขาด คือใส่หูฟังขณะชาร์จแบตโทรศัพท์ คุณรู้หรือไม่ว่าการทำแบบนั้นอาจตายโดยไม่รู้ตัว หากเกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ไฟช็อต ไฟรั่วขึ้นมา ปกติแล้วไฟบ้านจะมีความดันไฟฟ้าอยู่ที่ 220 โวลต์ แต่เมื่อเสียบชาร์จจะผ่านตัวแปลงไฟฟ้าให้ได้ไฟอยู่ที่ประมาณ 5 โวลต์ ซึ่งแรงดันนั้นไม่แรงพอที่จะดูดคนจนเสียชีวิต แต่การใส่หูฟังขณะชาร์จแบตก็ไม่ควรทำ เพราะหากมีอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งชำรุด ไม่ได้มาตรฐาน หรือทำงานขัดข้อง ปล่อยความดันไฟฟ้าออกมาเต็มพิกัด 220 โวลต์ ก็มีความเป็นได้สูงที่สายหูฟังจะเป็นตัวนำส่งสัญญาณไฟฟ้ารั่วเข้าสู่ตัว อันนี้แหละตายแน่นอนค่ะ

2. ใส่หูฟังตอนนอน

อีกพฤติกรรมที่พบบ่อยมาก ๆ คือใส่หูฟังตอนนอน เราเชื่อว่ามีหลายคนติดนิสัยต้องฟังเพลงตอนนอน ถ้าไม่ฟังแล้วจะนอนไม่หลับ ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหรอกค่ะ แต่มันอันตรายกว่าที่คิด เนื่องจากในขณะที่เรานอนหลับ เราจะเปลี่ยนท่าการนอนโดยไม่รู้ตัว แล้วการนอนตะแคงขณะใส่หูฟัง หูจะกดทับกับปลั๊กหูฟังที่มีลักษณะแข็ง โดยเฉพาะหูฟังแบบ in-ear ที่ถ้านอนตะแคง ซิลิโคนจะอัดเข้าไปด้านในหูแน่นกว่าเดิม ซึ่งนั้นเป็นสาเหตุของการปวดหู หูชั้นนอกอักเสบ จนลามมาถึงบริเวณขากรรไกร ทำให้อ้าปากลำบาก เคี้ยวข้าวยาก อาจกลายเป็นหูน้ำหนวก หรือมีหนองในหู สูญเสียการได้ยินชั่วคราว หรือหูหนวกไปเลยก็ได้ ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นห้ามใส่หูฟังนอนเด็ดขาดนะคะ

เนื้อหา-2

3. ฟังเพลงเสียงดังเกินไป

ต่อมาเป็นพฤติกรรมการฟังเพลงเสียงดังเกินไป อันนี้ก็อันตรายกับสุขภพาไม่ต่างจากข้ออื่น ๆ เลยค่ะ เพราะบางคนก็ติดนิสัยเปิดเพลงฟังดังๆ เพราะอยากจะอยู่ในโลกส่วนตัว ซึ่งเป็นการตัดเสียงที่ไม่พึงปรารถนารอบข้าง ชื่นชอบการฟังเพลงมาก หรือจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ รวมถึงติดการใช้หูฟังที่เสียงเบสหนัก ๆ ด้วย การเปิดเพลงดัง ๆ มีผลเสียต่อหูแน่นอน หูตึงก่อนวัยอันควร ประสาทหูเสื่อม เสี่ยงทำให้สูญเสียการได้ยินถาวร ปกติแล้วระดับเสียงที่เหมาะสมกับการได้ยินของคนจะอยู่ที่ ผู้ใหญ่ สามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 80 เดซิเบล ได้ประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เด็ก สามารถฟังระดับเสียงไม่เกิน 75 เดซิเบล ได้ประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากใช้เสียงดังกว่านั้น ไม่ควรเกิน 100 เดซิเบล และไม่ใส่ต่อเนื่องกันนานกว่า 15 นาที ซึ่งคุณอาจจะไม่รู้ว่ามีคนกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลก ที่เสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้หูได้รับอันตรายก็คือ ความดังของเสียง ระยะเวลาในการใช้หูฟัง และความถี่ในการฟังนั่นเอง

4. ไม่เคยทำความสะอาดหูฟังเลย

การที่ไม่เคยทำความสะอาดหูฟังเลย ก็ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้เช่นกัน เนื่องจากหูฟังกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของใครหลาย ๆ คนไปแล้ว ก่อนจะออกจากบ้านที จะลืมอะไรก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมหูฟัง ทำให้หูฟังเป็นสิ่งที่อยู่ติดกับหูตลอดเวลา หากไม่ทำความสะอาดก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ดังนั้น ควรทำความสะอาดหูฟังบ้าง เพื่อสุขอนามัยของตัวเอง และถนอมอายุการใช้งานของหูฟังด้วย แล้วจะรู้ว่าหูฟังที่คุณใช้ทุกวันสกปรกขนาดไหน ซึ่งอุปกรณ์ทำความสะอาดก็หาไม่ยาก หากมีทุนสูง อาจเลือกซื้ออุปกรณ์ทำความสะอาดเฉพาะ แต่ถ้าถ้าทุนต่ำก็เลือกเป็นอุปกรณ์ในบ้าน เช่น สำลีก้านปลายแหลมชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดทำความสะอาดส่วนปลั๊กที่ใช้อุดหู แล้วใช้กระดาษชำระแบบเปียกหรือสำลีแผ่นชุบแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่เช็ดสาย เท่านี้ก็เป็นอันทำความสะอาดได้แล้วค่ะ

เนื้อหา-3

5. ใส่หูฟังโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย

พฤติกรรมสุดท้ายที่ทำแล้วไม่เป็นผลดีกับสุขภาพแน่ ๆ คือใส่หูฟังโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลย การทำเช่นนั้นอาจอันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะบางคนตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงเมื่อใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงแตรรถที่บีบขอทาง เสียงหมาวิ่งไล่ หมาเห่าก็ไม่ได้ยิน ไม่สังเกตสิ่งรอบข้าง นั่งรถเมล์เลยป้าย เดินตกท่อ เดินชนคนอื่น คนแปลกหน้าเดินตามก็ไม่รู้เรื่อง และอีกสารพัด ดังนั้น หากอยู่ในที่สาธารณะ ทุกคนควรโฟกัสที่การเดินทาง ห้ามสนใจหรือใส่ใจเฉพาะหูฟังเด็ดขาดนะคะ

และนี่คือ 5 พฤติกรรมใช้หูฟัง ที่ทำลายสุขภาพคุณได้ เห็นไหมล่ะคะ ว่าหูฟังนั้นสามารถทำลายสุขภาพของเราได้มากกว่าที่คิด ฉะนั้น ทุกคนต้องหันมาใส่ใจเรื่องนี้กันให้มากขึ้นนะคะ หากไม่อยากเป็น 1 ใน ล้าน ของคนที่สูญเสียการได้ยินจากปัญหาหูฟัง สายช็อปห้ามพลาด! กับบทความนี้ แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด

และสำหรับสายเกษตรที่รักในการปลูกผัก เราก็มีบทความดี ๆ มาแนะนำ อย่าง 10 ผักปลูกหน้าฝน มีกินตลอดฤดู

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด การช็อปปิ้งเดี๋ยวนี้ต่างจากการช็อปปิ้งสมัยก่อนมาก หากเป็นแต่ก่อนเราจะช็อปปิ้งได้ ก็ต่อเมื่อเราเดินทางออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็สถานที่ต่าง ๆ ที่มีการเปิดขายแบบจริงจัง แต่เดี๋ยวนี้โลกของเราพัฒนาไปไกล เราไม่จำเป็นต้องเดินทางก็สามารถช็อปปิ้งของที่ต้องการได้ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อการช็อปปิ้งเอาไว้ทั่วโลก การช็อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชั่นมีข้อดีในเรื่องสะดวกก็จริง แต่ข้อเสียมันอยู่ตรงที่เราไม่ได้เห็นสินค้า แถมยังเสี่ยงที่จะโดนโกงในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา บทความในกลุ่มความรู้รอบวันนี้ chicagolasalle จึงขอแนะนำแอพพลิเคชั่น 7 แบบ ที่จะช่วยให้สายช็อปสามารถช็อปปิ้งได้ที่บ้านแบบสบาย ๆ ส่วนจะมีแอพพลิเคชั่นไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลยค่ะ

7 แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง

1. Net a porter เน้นช็อปของแบรนด์เนม

แอพพลิเคชั่นที่สายช็อปปิ้งไม่ควรพลาดแบบแรก ขอแนะนำเป็น Net a porter เลยค่ะ แอพพลิเคชั่นนี้จะพาท่านไปพบกับคลั่งแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมยังสามารถช็อปปิ้งได้อย่างอิสระ โดยไม่ผู้กขาดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเพียงอย่างเดียว สาว ๆ หรือกลุ่มคนที่รักของแบรนด์เนม สามารถช็อปปิ้ง HighBrand ที่เก๋ไม่ซ้ำใครได้ที่นี่ที่เดียว ที่สำคัญบริการส่งยังสามารถส่งได้ถึงกว่า 170 ประเทศอีกด้วย ด้านเรื่องการแพ็กพัสดุ บอกเลยว่ามีการแพ็กพัสดุมาอย่างดี ปลอดภัย และยังมีคอลเซ็นเตอร์บริการลูกค้าหลากหลายภาษา ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยค่ะ แต่ขอแจ้งนอดหนึ่งนะคะ ว่าสายแบรนด์เนมทั้งหลาย ยังคงต้องจ่ายภาษีตามที่มีการกำหนดเอาไว้เช่นเดิม

2. Youpik เน้นการช็อปปิ้งแบบได้เงินกลับ

แอพพลิเคชั่นต่อมาที่อยากจะแนะนำ คือแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Youpik เลยค่ะ Youpik ถือเป้นแอพพลิเคชั่นใหม่ของสาว ๆ สายช็อป ที่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้เด็ดขาด โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะคล้ายกับแอพพลิเคชั่นขายสินค้าออนไลน์ทั่วไป แต่ต่างกันตรงที่ Youpik จะให้ค่าตอบแทน 250 บาท ต่อการสมัคร 1 vip เพียงแค่เราแชร์ของที่อยากซื้อ และเมื่อมีเพื่อนมาซื้อของจากลิงก์ที่แชร์ เราก็ได้รับเงินไปอย่างง่าย ๆ ซึ่งกลยุทธิ์นี้ ทำให้การช็อปปิ้งสนุกมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยค่ะ

เนื้อหา-1

3. ShobShop แอพที่เหมือนมีเพื่อนคอยหิ้วของให้

ShobShop เป็นแอพพลิเคชั่นที่เหมาะกับสายช็อปแนวสำรวจ และขี้สงสัย โดยท่านสามารถาสอบถามข้อมูลต่าง ๆ กับผู้ขายได้โดยตรง เพราะ shobshop จะดูแลในทุก ๆ ขั้นตอนจนกว่าสินค้าจะถูกส่งถึงมือลูกค้า ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าของจะถูกส่งตรงถึงมือเราชัวร์ นี่จึงนับว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับสาว ๆ สายช็อปทุกคน ที่มีเงินแต่ไม่มีเวลาไปช็อปปิ้งด้วยตัวเองเท่าไหร่

4. Lazada มีทุกอย่างครบครัน

แน่นอนว่าใน 4 แอพพลิเคชั่นที่แนะนำมา Lazada ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่คุ้นหน้าคุ้นตาสาว ๆ มาที่สุด และอาจจะเป็นแอพพลิเคชั่น ที่เปิดใช้งานกันบ่อยที่สุดด้วยก็ว่าได้  Lazada คือเป็นแหล่งช็อปปิ้งออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมจากสาวสาวเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นคอมมูนิตี้สำหรับสาว ๆ พี่เสพติดการช็อปปิ้งเลยก็ว่าได้ ถ้าพูดถึง Lazada ถือว่าเป็นแอปช็อปปิ้งที่มีแทบทุกอย่างให้เราเลือก ตั้งแต่ของใช้เบ็ดเตล็ด ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ แต่ทั้งนี้การซื้อสินค้าออนไลน์มีข้อดีและข้อเสีย ฉะนั้น ท่านต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อนะคะ

เนื้อหา-2

5. IKEA Store ช็อปของแต่งบ้านได้ครบครัน

ใครที่กำลังมีแพลนอยากจะแต่งบ้านเพิ่มเติม หรือทำการรีโนเวทห้องนอนใหม่ แต่ยังไม่มีเวลาเดินทางไปช็อป ตามสถานที่ขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ เราแนะนำให้ท่านช็อปผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า IKEA Store เลยค่ะ เพราะแอพพลิเคชั่นนี้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่รวมเอาของแต่งบ้านทั้งหมดมาไว้ให้ท่านช็อปออนไลน์แบบไม่ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะอยากได้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กหรือใหญ่แค่ไหน IKEA Store ก็พร้อมจัดส่งถึงบ้านท่านทันทีเลยค่ะ

6. Shein สายชิคต้องแอพนี้เท่านั้น

Shein เป็นแอพพลิเคชั่นสุดครบครัน ที่ขายสินค้าแฟชั่นและความงามแทบทุกประเภท โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะทำการขายสินค้า ให้เข้ากับเทรนที่กำลังมาในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรือไอเทมอื่น ๆ ที่สาว ๆ ขาดไม่ได้ สาว ๆ และสายแฟชั่นทั้งหลาย สามารถช็อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ โดยไม่จำเป้นต้องเดินทางไปยังห้าร้าน ให้เจอทั้งฝุ่นและควัน ตลอดจนอันตรายรูปแบอื่น ๆ ที่จะตามมา

เนื้อหา-3

7. Carnival แอพพลิเคชั่นสำหรับสายสะสม

ปิดท้ายกันที่แอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Carnival แอปนี้มารูปแบบของเว็ปไซต์ เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกเดินทางมาซื้อสินค้าที่ร้านด้วยตัวเอง หรือไม่ก็มีข้อจำกัดในการเดินทาง อย่างเช่นอยู่ต่างจังหวัด เป็นต้น แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยให้เข้าถึงสินค้าของแบรนด์มากขึ้น ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้เหมาะกับสายช็อปของสะสม ที่มีคอลเลกชั่นพิเศษ หรือไม่ก็เป็นรุ่นลิมิเด็ตเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีพวกแรร์ไอเทมที่เป็นของสะสมหายาก ส่วนมากจะเป็นแนวสตรีทเท่ ๆ ซึ่งราคาก็สมน้ำสมเนื้อกับความหายาก แต่เรื่องราคาน่าจะไม่ใช่อุปสรรคของกลุ่มคนที่รักของสะสมแน่นอน

ทั้งหมดนี้คือแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์ ที่สายช็อปปิ้งทั้งหลายต้องโดน รับรองว่าช็อปสะดวกและปลอดภัยแบบ 100%  หากสาว ๆ คนไหนกำลังมองหาแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่การันตีเรื่องความปลอดภัยได้ ลองเลือก 1 ใน 7 แอพพลิเคชั่นนี้ไปใช้ได้เลยค่ะ