Archives กรกฎาคม 2021

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่สายช็อปห้ามพลาด การช็อปปิ้งเดี๋ยวนี้ต่างจากการช็อปปิ้งสมัยก่อนมาก หากเป็นแต่ก่อนเราจะช็อปปิ้งได้ ก็ต่อเมื่อเราเดินทางออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้า หรือไม่ก็สถานที่ต่าง ๆ ที่มีการเปิดขายแบบจริงจัง แต่เดี๋ยวนี้โลกของเราพัฒนาไปไกล เราไม่จำเป็นต้องเดินทางก็สามารถช็อปปิ้งของที่ต้องการได้ ผ่านแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อการช็อปปิ้งเอาไว้ทั่วโลก การช็อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชั่นมีข้อดีในเรื่องสะดวกก็จริง แต่ข้อเสียมันอยู่ตรงที่เราไม่ได้เห็นสินค้า แถมยังเสี่ยงที่จะโดนโกงในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา บทความในกลุ่มความรู้รอบวันนี้ chicagolasalle จึงขอแนะนำแอพพลิเคชั่น 7 แบบ ที่จะช่วยให้สายช็อปสามารถช็อปปิ้งได้ที่บ้านแบบสบาย ๆ ส่วนจะมีแอพพลิเคชั่นไหนน่าสนใจบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลยค่ะ

7 แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง

1. Net a porter เน้นช็อปของแบรนด์เนม

แอพพลิเคชั่นที่สายช็อปปิ้งไม่ควรพลาดแบบแรก ขอแนะนำเป็น Net a porter เลยค่ะ แอพพลิเคชั่นนี้จะพาท่านไปพบกับคลั่งแบรนด์เนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมยังสามารถช็อปปิ้งได้อย่างอิสระ โดยไม่ผู้กขาดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเพียงอย่างเดียว สาว ๆ หรือกลุ่มคนที่รักของแบรนด์เนม สามารถช็อปปิ้ง HighBrand ที่เก๋ไม่ซ้ำใครได้ที่นี่ที่เดียว ที่สำคัญบริการส่งยังสามารถส่งได้ถึงกว่า 170 ประเทศอีกด้วย ด้านเรื่องการแพ็กพัสดุ บอกเลยว่ามีการแพ็กพัสดุมาอย่างดี ปลอดภัย และยังมีคอลเซ็นเตอร์บริการลูกค้าหลากหลายภาษา ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วยค่ะ แต่ขอแจ้งนอดหนึ่งนะคะ ว่าสายแบรนด์เนมทั้งหลาย ยังคงต้องจ่ายภาษีตามที่มีการกำหนดเอาไว้เช่นเดิม

2. Youpik เน้นการช็อปปิ้งแบบได้เงินกลับ

แอพพลิเคชั่นต่อมาที่อยากจะแนะนำ คือแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Youpik เลยค่ะ Youpik ถือเป้นแอพพลิเคชั่นใหม่ของสาว ๆ สายช็อป ที่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้เด็ดขาด โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะคล้ายกับแอพพลิเคชั่นขายสินค้าออนไลน์ทั่วไป แต่ต่างกันตรงที่ Youpik จะให้ค่าตอบแทน 250 บาท ต่อการสมัคร 1 vip เพียงแค่เราแชร์ของที่อยากซื้อ และเมื่อมีเพื่อนมาซื้อของจากลิงก์ที่แชร์ เราก็ได้รับเงินไปอย่างง่าย ๆ ซึ่งกลยุทธิ์นี้ ทำให้การช็อปปิ้งสนุกมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยค่ะ

เนื้อหา-1

3. ShobShop แอพที่เหมือนมีเพื่อนคอยหิ้วของให้

ShobShop เป็นแอพพลิเคชั่นที่เหมาะกับสายช็อปแนวสำรวจ และขี้สงสัย โดยท่านสามารถาสอบถามข้อมูลต่าง ๆ กับผู้ขายได้โดยตรง เพราะ shobshop จะดูแลในทุก ๆ ขั้นตอนจนกว่าสินค้าจะถูกส่งถึงมือลูกค้า ทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าของจะถูกส่งตรงถึงมือเราชัวร์ นี่จึงนับว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับสาว ๆ สายช็อปทุกคน ที่มีเงินแต่ไม่มีเวลาไปช็อปปิ้งด้วยตัวเองเท่าไหร่

4. Lazada มีทุกอย่างครบครัน

แน่นอนว่าใน 4 แอพพลิเคชั่นที่แนะนำมา Lazada ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่คุ้นหน้าคุ้นตาสาว ๆ มาที่สุด และอาจจะเป็นแอพพลิเคชั่น ที่เปิดใช้งานกันบ่อยที่สุดด้วยก็ว่าได้  Lazada คือเป็นแหล่งช็อปปิ้งออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมจากสาวสาวเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าเป็นคอมมูนิตี้สำหรับสาว ๆ พี่เสพติดการช็อปปิ้งเลยก็ว่าได้ ถ้าพูดถึง Lazada ถือว่าเป็นแอปช็อปปิ้งที่มีแทบทุกอย่างให้เราเลือก ตั้งแต่ของใช้เบ็ดเตล็ด ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ ๆ แต่ทั้งนี้การซื้อสินค้าออนไลน์มีข้อดีและข้อเสีย ฉะนั้น ท่านต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อนะคะ

เนื้อหา-2

5. IKEA Store ช็อปของแต่งบ้านได้ครบครัน

ใครที่กำลังมีแพลนอยากจะแต่งบ้านเพิ่มเติม หรือทำการรีโนเวทห้องนอนใหม่ แต่ยังไม่มีเวลาเดินทางไปช็อป ตามสถานที่ขายเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ เราแนะนำให้ท่านช็อปผ่านแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า IKEA Store เลยค่ะ เพราะแอพพลิเคชั่นนี้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่รวมเอาของแต่งบ้านทั้งหมดมาไว้ให้ท่านช็อปออนไลน์แบบไม่ต้องเดินทาง ไม่ว่าจะอยากได้เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กหรือใหญ่แค่ไหน IKEA Store ก็พร้อมจัดส่งถึงบ้านท่านทันทีเลยค่ะ

6. Shein สายชิคต้องแอพนี้เท่านั้น

Shein เป็นแอพพลิเคชั่นสุดครบครัน ที่ขายสินค้าแฟชั่นและความงามแทบทุกประเภท โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะทำการขายสินค้า ให้เข้ากับเทรนที่กำลังมาในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ หรือไอเทมอื่น ๆ ที่สาว ๆ ขาดไม่ได้ สาว ๆ และสายแฟชั่นทั้งหลาย สามารถช็อปปิ้งผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ โดยไม่จำเป้นต้องเดินทางไปยังห้าร้าน ให้เจอทั้งฝุ่นและควัน ตลอดจนอันตรายรูปแบอื่น ๆ ที่จะตามมา

เนื้อหา-3

7. Carnival แอพพลิเคชั่นสำหรับสายสะสม

ปิดท้ายกันที่แอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Carnival แอปนี้มารูปแบบของเว็ปไซต์ เหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกเดินทางมาซื้อสินค้าที่ร้านด้วยตัวเอง หรือไม่ก็มีข้อจำกัดในการเดินทาง อย่างเช่นอยู่ต่างจังหวัด เป็นต้น แอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยให้เข้าถึงสินค้าของแบรนด์มากขึ้น ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้เหมาะกับสายช็อปของสะสม ที่มีคอลเลกชั่นพิเศษ หรือไม่ก็เป็นรุ่นลิมิเด็ตเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีพวกแรร์ไอเทมที่เป็นของสะสมหายาก ส่วนมากจะเป็นแนวสตรีทเท่ ๆ ซึ่งราคาก็สมน้ำสมเนื้อกับความหายาก แต่เรื่องราคาน่าจะไม่ใช่อุปสรรคของกลุ่มคนที่รักของสะสมแน่นอน

ทั้งหมดนี้คือแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์ ที่สายช็อปปิ้งทั้งหลายต้องโดน รับรองว่าช็อปสะดวกและปลอดภัยแบบ 100%  หากสาว ๆ คนไหนกำลังมองหาแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง ที่การันตีเรื่องความปลอดภัยได้ ลองเลือก 1 ใน 7 แอพพลิเคชั่นนี้ไปใช้ได้เลยค่ะ

8 ผลไม้น้ำตาลน้อย ทานเพื่อสุขภาพรับรองว่าดี

8 ผลไม้น้ำตาลน้อย ทานเพื่อสุขภาพรับรองว่าดี

8 ผลไม้น้ำตาลน้อย ทานเพื่อสุขภาพรับรองว่าดี โลกของเรามีผลไม้หลายอย่าง ที่ให้ความอร่อยและประโยชน์ในด้านสุขภาพที่ต่างกันออกไป ผลไม้บางชนิดมีรสหวาน และมีระดับน้ำตาลสูง ซึ่งนั่นอาจจะไม่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคเท่าไหร่ ในขณะที่ผลไม้บางอย่างมีรสหวาน แต่กลับเป็นผลไม้น้ำตาลน้อยก็มีเช่นกัน บทความเพื่อสุขภาพของ chicagolasalle ในวันนี้ จึงมี 8 ผลไม้น้ำตาลน้อย ทานเพื่อสุขภาพรับรองว่าดี มาแนะนำ ให้คนรักสุขภาพทั้งหลาย เลือกซื้อไปรับประทาน เพื่อให้ได้มาซึ่งสุขภาพที่ดีในระยะยาว

8 ผลไม้น้ำตาลเพื่อสุขภาพ

แก้วมังกร

1. แก้วมังกร

เริ่มกันที่แก้วมังกรเป็นอย่างแรก นี่ถือเป็นไม้รสหวาน ที่มีน้ำตาลน้อย และคนทั่วไปนิยมเอามาทาน เพื่อลดน้ำหนัก หรือทานเพื่อรักษาสุขภาพมากเป็นอันดับต้น ๆ เลยก็ว่าได้ โดยผลไม้ชนิดนี้มีสารอาหารค่อนข้างหลากหลาย และมีสรรพคุณหลายอย่างด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก ช่วยลดน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด ส่วนปริมาณน้ำตาลในแก้วมังกรน้ำหนัก 100 กรัม มีน้ำตาลราว ๆ 8.1-9.8 กรัม หรือประมาณ 2-2.4 ช้อนชา โดยแก้วมังกรเนื้อสีแดงจะมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่าเนื้อสีขาว แต่แนะนำให้กินแก้วมังกรไม่เกินครั้งละ 1/4 ผล ต่อวันเท่านั้นนะคะ

แคนตาลูป

2. แคนตาลูป

แคนตาลูป คือผลไม้ที่เรารู้ดีอยู่แล้ว ว่ามันมีรสชาติหวานมาก ๆ ยิ่งทานแบบแช่เย็นฉ่ำ ๆ ยิ่งให้รสชาติที่เลิศเป็นที่สุด แต่ถึงแม้จะมีรสชาติหวาน แต่นี่กลับเป็นผลไม้น้ำตาลน้อย โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ ลดความเสื่อมจอประสาทตา โดยเนื้อแคนตาลูปทั้งเนื้อสีเหลืองและสีเขียว น้ำหนัก 100 กรัม หรือประมาณ 4-5 ชิ้นคำ จะมีน้ำตาล 5.8-6.1 กรัม หรือประมาณ 1.5 ช้อนชา

ชมพู่ทับทิมจันทร์

3. ชมพู่ทับทิมจันทร์

ชมพู่จัดเป็นผลไม้ที่มีรสหวาน และมีน้ำในเนื้อค่อนข้างเยอะ ซึ่งมันจะช่วยให้ผู้ทานอยู่ท้อง เหมาะมาก ๆ ที่จะเป็นผลไม้ลดน้ำหนัก โดยชมพู่ชนิดนี้จะมีไลโคปีนค่อนข้างมาก ซึ่งมันจะช่วยในเรื่องการต้านสารอนุมูลอิสระได้ แถมยังมีเนื้อฉ่ำ น้ำเยอะ เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย และยังช่วยลดไขมันในเลือดได้ ส่วนปริมาณน้ำตาลในชมพู่ทับทิมจันทร์ น้ำหนัก 100 กรัม หรือ 1 ผลกลาง มีน้ำตาล 7.7-7.9 กรัม หรือราว ๆ 1.9-2 ช้อนชา ให้พลังงานประมาณ 53 กิโลแคลอรีเท่านั้นเอง

ชมพู่มะเหมี่ยว

4. ชมพู่มะเหมี่ยว

มาต่อกันที่ ชมพู่มะเหมี่ยว เป็นอีกชมพู่ที่หลายคนชอบรับประทาน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่รักสุขภาพ ชมพู่แบบนี้ถือว่าตอบโจทย์อย่างมาก เพราะเจ้าชมพู่มะเหมี่ยวมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ชุ่มคอ แก้กระหายได้ดีแถมยังเป็นผลไม้ชนิดนี้มีน้ำตาล 5.8 กรัม หรือ 1.5 ช้อนชา ต่อน้ำหนัก 100 กรัม เท่านั้นเองค่ะ

เชอร์รี่

5. เชอร์รี่

เชอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ที่หลายคนชอบทานมาก ๆ และผลไม้ชนิดนี้จะอยู่ในเมนูลดน้ำหนัก อย่างสลัดและอื่น ๆ อยู่เสมอ ซึ่งต้องบอกว่าเชอร์รีในปัจจุบัน ไม่ใช่ผลไม้ที่หากินยากอีกต่อไป เพราะมีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เราสามารถรับสารไลโคปีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากผลเชอร์รี วิตามินซี วิตามินเอ แคโรทีนอยด์ และเบต้าแคโรทีน จากเชอร์รีได้ง่าย ๆ และในปริมาณ 100 กรัม หรือประมาณ 12 ผล เชอร์รีมีน้ำตาลอยู่ 7.4-10.7 กรัม หรือ 1.8-2.7 ช้อนชา

แตงโม

6. แตงโม

มาต่อกันที่ แตงโม เป็นผลไม้เนื้อฉ่ำรสหวาน ที่เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี เพราะไม่ว่าจะกินกี่ทีก็ชื่นใจ แถมยังหาซื้อได้ง่าย จึงเป็นผลไม้ชนิดโปรดของใครหลายคน โดยเนื้อแตงโม 100 กรัม (ประมาณ 5-7 ชิ้นคำ) มีน้ำตาล 5.3-8 กรัม หรือ 1.3-2 ช้อนชา ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลไม้น้ำตาลน้อย ทว่าน้ำตาลในแตงโมเป็นน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมได้ไว แต่ถึงอย่างนั้นผลไม่ชนิดนี้ ก็อาจจะไม่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานเท่าไรนะคะ

แตงไทย

7. แตงไทย

แตงไทย ถ้าเอาไปทำเป็นเมนูของหวาน บอกเลยว่าอร่อยเลิศเป็นที่สุด แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ชอบทานผลไม้ชนิดแบบสด ๆ เพื่อดูแลสุขภาพเช่นกัน เพราะหากเรารับประทานสด ๆ แบบไม่ใส่ในขนมหวาน เนื้อแตงไทยน้ำหนัก 100 กรัม หรือประมาณ 10 ชิ้นคำ จะมีน้ำตาล 2.5 กรัม หรือ 0.6 ช้อนชา ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้น้ำตาลน้อยที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ

ฝรั่ง

8. ฝรั่ง

ความจริงแล้ว ฝรั่ง อาจจะไม่ได้มีรสชาติหวานมากมาย เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดก่อน ๆ ที่นำเสนอมา แต่ก็ยังจัดเป็นผลไม้รสหวานน้ำตาลน้อยเช่นกัน แถมฝรั่งยังเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงปรี๊ดด้วย ซึ่งสรรพคุณจะช่วยแก้ท้องผูก ต้านอนุมูลอิสระ ลดสารพิษในร่างกาย ช่วยดับกลิ่นปาก ลดความเสี่ยงโรคลำไส้อักเสบ และยังจัดเป็นผลไม้ลดน้ำหนัก เพราะให้พลังงานน้อย ส่วนน้ำตาลในเนื้อฝรั่ง 100 กรัม (ไม่เกินครึ่งผล) อยู่ที่ 5.5-6.4 กรัม หรือประมาณ 1.4-1.6 ช้อนชา ซึ่งก็ถือว่ามีน้ำตาลไม่มากเลย

ความจริงแล้วผลไม้น้ำตาลน้อย ที่ทานเพื่อรักษาสุขภาพได้ดี ยังมีอีกมากมาย แต่ที่เรายกตัวอย่างมาทั้ง 8 ชนิด คือผลไม้น้ำตาลน้อยที่เราคัดมาแล้ว ว่ามันมีประโยชน์ หาทานง่ายและราคาจับต้องได้ ฉะนั้น หากท่านกำลังมองหาผลไม้เพื่อสุขภาพอยู่ สามารถเลือกซื้อผลไม้ทั้ง 8 ชนิด มาทำเป็นเมนูต่าง ๆ หรือรับประทานแบบสด ๆ กันได้เลย รับรองว่าทั้งอร่อย ทั้งได้สุขภาพที่ดีแน่ ๆ